เบิกทวารสู่เมทัล (METAL UP YOUR ASS) ตอนที่ 1

เบิกทวารสู่เมทัล (METAL UP YOUR ASS) ตอนที่ 1

Kill ‘Em All

No Life ‘Til Leather เป็น demo แรกๆ ที่ Metallica สร้างสรรค์ขึ้นมา เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ Lars Ulrich (กลอง) James Hetfield (ร้อง และกีต้าร์) Dave Mustaine (กีต้าร์) และ Ron McGovney (เบส) สั่นสะเทือนวงการใต้ดินแถบพื้นที่ LA , California (ซึ่งเป็นรัฐทางด้านตะวันตก) เป็นอย่างมาก  เมื่อช่วงปี 1982-1983 ช่วงที่การสื่อสารยังไม่เหมือนปัจจุบัน แต่คุณ John Zazula หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม Johnny Z ก็ยังอุตส่าห์มีเดโมเทปนี้เป็นที่ครอบครองและเผยเพร่ทางแถบพื้นที่ตะวันออกของประเทศ  ในวงการแลกเปลี่ยนเทปกันในสมัยก่อนนี่มันยิ่งใหญ่จริงๆ เดโมนี้ประกอบด้วยเจ็ดเพลงซึ่งทุกเพลงถูกนำไปบันทึกเสียงใหม่เป็นอัลบัมแรกของวง  ใช่แล้ว วันนี้ขอนำเสนอเรื่องเล่า เกร็ดเล็กน้อย เบื้องหลังจากอัลบัมระดับตำนานของจริงที่ฟังกี่ครั้งก็เร้าอารมณ์ทุกครั้ง Kill ‘Em All

“พวกเราส่งเงินไปให้พวกเขา 1,500 เหรียญ เพื่อให้ข้ามประเทศมา” จอห์นเล่าให้ฟังถึงความหลังตอนที่เขาประทับใจกับเดโมของวง Metallica และกำลังจะให้วงออกอัลบัมแรกกับสังกัด “พวกเขาได้แค่ค่าเช่าสำหรับเดินทางขาเดียวโดยรถตู้ของบริษัท U-Haul และรถกระบะอีกคัน มีคนขับอีกสองคน และพวกเขาก็หลับนอนกันอยู่ข้างหลังคนขับนั่นแหละ นอนกับอุปกรณ์ต่างๆที่ขนกันมา ตอนที่พวกเขามาถึงหน้าบ้านผม  มันแบบว่า ‘พวกเราถึงแล้ว  เอาไงกันต่อดี?’ “ จอห์น ซาซูลา คือ เจ้าของร้านขายแผ่นเสียงย่าย New Jersey คล้ายๆว่าเป็นจุดศูนย์รวมของพวกฟังเพลงในแถบนั้นเลย ทีนี้เมื่อเดโมที่เขาชอบ วงที่เขาชอบไม่มีใครยอมกล้าลงทุนค่าห้องบันทึกเสียง  ค่าผลิตผลงาน  ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่างๆ  จอห์นจึงไปกู้เงินจากการจำนองมา มันถึงกับทำให้เขาเองเกือบล้มละลายเลยทีเดียว  ในที่สุดจอห์นก็หาเงินได้มาจำนวน 15,000 เหรียญ  และประวัติศาสตร์ก็เกิดขึ้น  ทำไมถึงไม่มีใครกล้าเล่นด้วยกับ Metallica ในยุคนั้นหรือ  ไม่ทราบจริงๆ เพลงมันไม่น่าจะขายได้หรือว่ายังไง  ลองย้อนไปดูที่อัลบัมรวมเพลง Metal Massacre 1 เพลง Hit the Lights ก็ยังรวมอยู่ในนั้นด้วย  จริงๆแล้ว Metallica ต้องการที่จะบันทึกเสียงกันที่บ้านกับสังกัดของ Brian Slagel นั่นแหละ  แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ตอนนั้นเงินทุนมันไม่พอจริงๆ ถ้าเกิดไบรอันกล้าได้กล้าเสียมากกว่านี้ ประวัติของ Metal Blade ก็คงต่างออกไปอย่างแน่นอน

“ผมกับลาร์สอยู่ในคอนเสิร์ตที่หนึ่ง เราได้ยินเสียงโซโล่ที่สุดเถื่อน จนทำให้เราต้องหันไปดู แต่ว่ากลับไม่เห็นมือกีต้าร์สักคนเลย พวกเราพยายามนับสายกันว่ามันมีกี่สาย จนท้ายที่สุดผมหันไปหาลาร์สแล้วบอกว่า เฮ้ย เพื่อน นั่นเบสว่ะ”

หลังจากที่เดโมออกสู่วงการได้สักระยะปัญหาในวงเริ่มหนักขึ้น พวกเขาเมากันหนักมากขึ้น จนรอน แมกกอฟเน่ย์ เป็นคนแรกที่ทนไม่ไหว เนื่องจากมีปัญหากับ เดฟ มัสเทน  ขอลาออกจากวงไป  ซึ่งตอนที่ตั้งวงช่วงแรกๆก็ซ้อมกันที่ที่จอดรถของรอนนี่ล่ะ แต่ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคช่วย ลาร์สก็ได้มือเบสคนใหม่ทันที เขาเป็นมือเบสจากวง Trauma มาก่อน ซึ่งในอัลบัมรวมเพลง Metal Massacre II ก็มีเพลงของ Trauma บรรจุอยู่ด้วย  เขาก็คือ Cliff Burton ชายผมยาวกระเซิงกับกางเกงบลูยีนส์ขากระดิ่งนั่นเอง คลิฟยื่นคำขาดกับวงว่าถ้าอยากให้เขาเล่นด้วย ต้องย้ายถิ่นมาอยู่ที่ San Francisco และสมาชิกที่เหลือก็ไม่ลังเล  เจมส์เคยกล่าวไว้ว่า “ผมกับลาร์สอยู่ในคอนเสิร์ตที่หนึ่ง เราได้ยินเสียงโซโล่ที่สุดเถื่อน จนทำให้เราต้องหันไปดู แต่ว่ากลับไม่เห็นมือกีต้าร์สักคนเลย พวกเราพยายามนับสายกันว่ามันมีกี่สาย จนท้ายที่สุดผมหันไปหาลาร์สแล้วบอกว่า  เฮ้ย เพื่อน นั่นเบสว่ะ”  และนั่นก็คือเพลง (Anesthesia) – Pulling Teeth คริฟฟ์เล่นเพลงนี้มาตั้งแต่ก่อนร่วม Metallica แล้ว  และถ้าสังเกตุกันให้ดี เพลงในอัลบัมเราจะได้ยินเสียงของ Chris Bubacz ซึ่งเป็นวิศวกรด้านเสียง พูดกว่า “Bass solo, take one” คือปกติก่อนบันทึกเสียงคนคุมเสียงก็จะให้สัญญาณว่าพร้อมแล้วอัดได้ หากชอบใจการบันทึกเสียงครั้งไหนก็คงเอารอบนั้นมาตัวหัวเสียงออก  Metallica จงใจปล่อยเสียงของคริสมาเหมือนจะบอกแฟนเพลงว่า เพลงนี่อัดรอบเดียวนะเฟ้ย