เบิกทวารสู่เมทัล (METAL UP YOUR ASS) ตอนที่ 3

เบิกทวารสู่เมทัล (METAL UP YOUR ASS) ตอนที่ 3

ชื่อตอน : Kill ‘Em All
โดย : โลหะใต้คลอง

ก่อนหน้าที่วงจะบันทึกเสียงอัลบัมนี้กันประมาณ 1 เดือน เดฟ มัสเทนก็ถูกไล่ออกจากวงไป เนื่องจากปัญญายาเสพย์ติด และเหล้า  การทำตัวที่ดูรุนแรงเกินกว่าเหตุ และมีปัญหากับเพื่อนร่วมวง  อย่างว่าคนเก่งมักมีอัตตาสูง เดฟ มัสเทน เป็นมือกีต้าร์มากฝีมือก่อนหน้านั้นอยู่วง Panic ขึ้นชื่อในเรื่องเขียนเพลง และโซโล่กีต้าร์  เดฟเป็นคนที่เข้ากับแฟนเพลงได้ดี เวลาเล่นสด เนื่องจากช่วงแรกๆนั้น เจมส์ค่อนข้างขี้อาย  เดฟมาร่วมวง Metallica ได้จากโฆษณาตามหนังสือพิมพ์  เขามาพร้อมกับเพลง The Mechanix ซึ่งต่อมากลายเป็นเพลง The four hoursemen สมัย  Metallica  ว่ากันว่า The Mechanix นั้นเนื้อเพลงของเดฟเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์กันที่ปั๊มแก๊ส เป็นเพลงที่ถูกวางไว้ให้มีสัดส่วนท่อนที่ค่อนข้างซับซ้อน มีริฟฟ์หลากหลาย  แต่ภายหลังจากที่เขาออกจากวงไป เขาป่าวประกาศว่าห้ามใช้ผลงานของเขากับวงอีกต่อไป ถึงแม้จะอย่างนั้นเจมส์ก็เปลี่ยนเนื้อร้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องบันทึกทางศาสนาแทน และก็เพิ่มท่อนแยกเข้าไป (ประมาณนาทีที่ 3:28) จนเดฟออกมาเย้ยหยันว่าริฟฟ์ที่เพิ่มเข้ามานั้นได้รับอิทธิพลจากเพลง Sweet Home Alabama ซะงั้น

ลาร์สกับเจมส์คือสองสมาชิกหลักที่เริ่มก่อตั้งวงขึ้นมา ลารส์ได้ชื่อวงมาจากเพื่อนของเขาที่ชื่อว่า Ron Quintana ในช่วงนั้น รอน ต้องการทำนิตยสารขึ้นมา พยายามคิดหาชื่อสำหรับนิตยสาร จึงจดรายการไว้เพียบ  ลาร์สมาเห็นเข้าเจอคำว่า Metallica จึงชอบและอยากใช้เป็นชื่อวง  จึงขยั้นขยอให้รอนเพื่อนตนเองเอาชื่ออื่นไป  ซึ่งรอนก็เชื่อจนในที่สุดเขาก็มีนิตยสารของตัวเองที่ชื่อว่า Metal Mania  เจมส์มาร่วมพร้อมกับเพลงจากวงเก่าของเขา Leather Charm มันคือเพลง Hit the Lights เพลงแรกในอัลบัมนี้  เจมส์เคยกล่าวไว้ว่า ตอนที่ทำอัลบัมนี้พวกเราคิดอย่างเดียวว่า ต้องโยกหัว  ถล่มให้เละ อะไรประมาณนั้น และในช่วงเวลานั้นผมก็ไม่สามารถที่จะเขียนเนื้อร้องในแบบที่ Judas Priest หรือ Iron Maiden ทำได้ ในตอนนั้นผมทำได้แต่ใส่ความเห็นของเรา ความต้องการของเราเข้าไปตรงๆ เหมือนอารมณ์พวกพั๊งค์ทำกัน

พอจอนเล่าเรื่องราวให้วงฟังเสร็จ คลิฟฟ์ก็โพล่งขึ้นมาทันทีหลังจากที่รู้สึกว่าทำไมไอ้พวกนี้มันขี้ขลาดจัง ว่า “โถ่ ไอ้พวกบริษัทเฮงซวยเอ้ย ฆ่ามันให้หมดเลย (Kill ‘em all)”

ชื่ออัลบัม Kill ‘Em All นั้น ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่านำเสนอไม่แพ้กัน ในตอนแรกเลยนั้น Metallica ต้องการที่จะใช้ชื่ออัลบัมว่า Metal Up Your Ass ซึ่งเป็นผลงานศิลปะของ Stephen Gorman (คนที่ดูแลปกในอัลบัม …And Justice for All)  มันเป็นภาพที่มีมือถือคทาเป็นประกายทิ่มแทงออกมาจากโถส้วม ประหนึ่งจะทะลวงก้นให้กระฉูดด้วยบทเพลงของพวกเขา หลังจากที่ จอน เจ้าของสังกัด Megaforce นำเสนอไอเดียนี้กับร้านค้า ผู้จัดจำหน่ายหลายต่อหลายที่แล้ว ปรากฏว่าหลายแห่งให้การตอบรับเชิงลบ  กลัวว่าจะมีปัญหาต่อการประชาสัมพันธ์ ซึ่งส่งผลไปต่อการประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์ของอัลบัมด้วย ก็แน่ล่ะ  จอนลงทุนไปเยอะก็ต้องเห็นใจเขาหน่อย  พอจอนเล่าเรื่องราวให้วงฟังเสร็จ คลิฟฟ์ก็โพล่งขึ้นมาทันทีหลังจากที่รู้สึกว่าทำไมไอ้พวกนี้มันขี้ขลาดจัง ว่า “โถ่ ไอ้พวกบริษัทเฮงซวยเอ้ย  ฆ่ามันให้หมดเลย (Kill ‘em all)” ลาร์สผู้ซึ่งมีไอเดียแปลกๆอยู่เรื่อยก็จับเอาประโยคท้ายนั้นมาเป็นชื่ออัลบัมเสียเลย แล้วจอนก็เห็นด้วยอีก ทั้งชื่อและหน้าปกจึงกลายมาเป็นค้อนทะลวงเลือดอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้ ส่วนแนวคิดเดิมต้องระเห็จไปอยู่ในเสื้อยืดแทน